image image
1 2

มุมกาแฟ

ความเป็นมาของกาแฟ

กาแฟมีสายพันธุ์หลักๆ 2 พันธุ์ คือ


กาแฟพันธุ์อราบิก้า (Arabica)

ปลูก ที่สูงกว่าระดับน้ําทะเลประมาณ 3,000 ฟุต ให้ผลผลิตสม่ำเสมอ รสหอม กลมกล่อม ในเมล็ดกาแฟพันธุ์อราบิก้ามีปริมาณคาเฟอีนน้อยกว่าพันธุ์โรบัสต้า ประมาณ 1 เท่า ผลผลิตของกาแฟทั่วโลกเป็นกาแฟพันธุ์อราบิก้า 75%

 

าแฟพันธุ์โรบัสต้า (Robusta)

ปลูก ในพื้นที่สูงกว่าระดับน้ําทะเลไม่มากนัก ส่วนใหญ่ปลูกในประเทศแถบร้อน ชื้น มีรสชาติเข้มข้น หอมฉุนกว่ากาแฟพันธุ์อราบิก้า มีสัดส่วนของผลผลิตกาแฟ ทั่วโลก 25%

 

กาแฟเป็นไม้พุ่มยืนต้น

ขนาด ปานกลางสูงประมาณ 3-4 เมตร ใบสีเขียวแตกออกจากข้อเป็นคู่ๆ ดอก ออกตามข้อของกิ่งมีสีขาวบริสุทธิ์ กลิ่นหอมต้นกาแฟในประเทศไทยเริ่มออก ดอกในเดือนตุลาคม – กุมภาพันธ์ ระยะเวลาตั้งแต่การออกดอกถึงการเก็บ เกี่ยวใช้เวลาประมาณ 8-12 เดือน หลังจากปลูกกาแฟได้2-3 ปี กาแฟจะเริ่ม ออกดอกและติดผล ผลของกาแฟเรียกว่า “Coffee Cherry” มีลักษณะค่อนข้าง กลม ขณะที่ผลยังอ่อนมีสีเขียว และเมื่อผลแก่จัดจะมีสีแดง ในแต่ละข้อของกิ่ง กาแฟติดผลประมาณ 10-60 ผล แต่ละผลมีเมล็ดกาแฟอยู่2 เมล็ด

   



การตากกาแฟ

โดยส่วนแบนของเมล็ดประกบติดกัน เมื่อเก็บผลเชอรี่แล้วจึงเข้าสู่ขั้นตอนการลอกเปลือก เพื่อให้ได้เมล็ดกาแฟ ซึ่งมี 2 กรรมวิธีคือ

  1. กรรมวิธีตากแห้ง (Dry Method)  เป็นการนําผลเชอรี่มาตากแห้งใช้เวลาประมาณ 15 วันจากนั้นจึงทําการกะเทาะเปลือกออกอีกครั้งหนึ่ง
  2. กรรมวิธีแช่น้ำ (Wet Method) คือ การนําผลเชอรี่แช่ในน้ําเสร็จแล้วนําเข้าเครื่อง   กะเทาะเปลือก จากนั้นนํามาตากแห้ง หรือเข้า   เครื่องอบ วิธีนี้ใช้เวลาน้อยกว่าวิธีตากแห้ง (Dry Method)

 

 



เมล็ดกาแฟสดและที่ตากแห้งแล้ว

การคั่วกาแฟ

การคั่วกาแฟเป็นวิธีและขั้นตอนที่สําคัญที่สุดในการดึงคุณสมบัติต่างของกาแฟออกมาไม่ว่าจะเป็นความหอมความกลมกล่อมของรสชาติเข้มกลมกล่อมต่างๆ ออกมา ปกติการคั่วการแฟจะใช้ความร้อนที่180 – 240 องศาเซลเซียส  ใช้ระยะเวลาประมาณ 10 -20 นาที อุณหภูมิและระยะเวลาที่ใช้จะมีผลต่อความหอมและรสชาติกาแฟเป็นอย่างยิ่ง ระดับความเข้มอ่อนของการคั่ว สามารถแบ่งออกเป็นระดับได้มากกว่า 12 ระดับ และกลิ่นหอม แตจะขออธิบายง่ายๆเป็น 3 กลุ่มเพื่อความเข้าใจในเบื้องต้น

  • กาแฟคั่วระดับอ่อน (light  roast) สีน้ําตาลอ่อน บางกลุ่มประเทศจะเรียกว่า ซิน่าม่อนครับ เพราะมีสีเหลืองน้ําตาลแบบเปลือกต้นอบเชย  การคั่วกาแฟแบนี้นั้น จะได้รสชาติความเป้นกาแฟที่ดี อาจมีรสชาติความเปรี้ยวของกรดผลไม้ที่มีอยู่ในกาแฟด้วย
  • กาแฟคั่วระดับปานกลาง (medium  roast) จะมีระดับสีความเข้มเพิ่มมากขึ้น ปกติคนอเมริกันจะชอบทานกาแฟระดับนี้โดยชงแบบหม้อต้ม และดื่มกันเป็นแบบแก้วใหญ่ ที่เรียกว่า บักส์ซึ่งในความคิดผมกาแฟระดับนี้ จะชงกาแฟร้อนได้อร่อยหอมกรุ่นมาก ครับ
  • การคั่วระดับเข้ม (dark roast) เมล็ดกาแฟที่คั่วระดับนี้จะมีสีเข้มมาก เมล็ดจะมันวาวเหมือนมีน้ํามันมาเคลือบจนบางคนเข้าใจว่าต้องใส่น้ำมันหรือเนยด้วยขัยวครับ การคั่วแบบนี้จะให้รสเข้มข้น   ซึ่งป็นรสชาติที่ชาวอิตาเลี่ยนดื่มกัน และนํากาแฟชนิดนี้ ไปใช้ชงด้วยเครืองชงแบบมีแรงดันได้กาแฟเข้มข้นที่เรียกว่า เอสเพรสโซ่

การเก็บกาแฟคั่ว

สําหรับหลักการในการคั่วนั้น หลังจากที่เลือกเมล็ดกาแฟดิบ หรือสารกาแฟมาแล้วจะทําการตรวจเช็ระดับความชื้นของเมล็ด เพื่อให้ความชื้นที่เหมาะสม หลังจากนั้นจะเข้าเครื่องคั่ว ซึ่งจะมีทั้งระบบที่เมล็ดสัมผัสกับหม้อคั่วโดยตรง หรืออาจะเป็นระบบที่เมล็ดลอยอยู่สัมผัสกับอากาศร้อน ก็จะได้เมล็ดกาแฟที่หอมกรุ่นเหมือนกัน ซึ่งผู้คั่วแต่ละรายจะมีเทคนิคในการคั่วที่แตกต่างกัน เมื่อคั่วกาแฟได้สีที่ต้องการแล้วนั้น ก็จะมีการปล่อยกาแฟออกจากเครื่องคั่วและเป่าลมเย็นประทะกับกาแฟ ให้กาแฟเย็นลงเร็วที่สุด เพราะธรรมชาติของเมล็ดกาแฟก็เหมือนกับไม้ที่ถูกเอาไปเผาไฟละ ถ้าไม่ทําให้เย็นเร็วสุดก็จะเกิดการไหม้ต่อเนื่องไปเหมือนถ่าน หลังจากนั้นบางโรงคั่วเมือคั่วเสร็จกาแฟเริ่มเย็นก็จะบรรจุลงถุงทันที ส่วนใหญ่จะทิ้งข้ามคืน ให้เมล็ดกาแฟได้คลายก๊าซสะสมในเมล็ดบ้าง มีบางทฤษฎีบอกว่าเมื่อกาแฟคั่วเสร็จและถูกทิ้งไว้เมล็ดกาแฟจะสัมผัสกับอากาศ และแลกเปลี่ยนก๊าซและทําปฏิกิริยากับอากาศในวันที่ 5หลังจากคั่วเสร็จจะเป็นวันที่เมล็ดกาแฟมีความหอมสูงที่สุด และคววามหอมจะค่อยๆลดลงหากไม่เก็บในลักาณะที่ถูกต้อง

การเก็บกาแฟคั่วที่ถูกต้อง

เนื่องจากหากเก็บกาแฟไว้ถูกอากาศ สารประกอบประเภทน้ํามันที่มีภายในเมล็ดจะทําปฎกิริยากับ อากาศทําให้เกิดกลิ่นเหม็นหืน และไอน้ําในอากาศจะส่งผลให้คุณภาพด้านกลิ่นลดลงอย่างรวดเร็วดังนั้นเราควรที่จะเก็บกาแฟลงในถุงที่มีวาล์ลไล่อากาศ หรือวัสดุที่เป็นสูญญากาศและไม่ควรถูกแสง ดังนั้นหากท่านเห็นร้านกาแฟที่ควักกาแฟจากโหลแก้วที่โชว์ออกมาชงขอให้รู้ว่านั้นไม่ใช่วิธีการเก็บกาแฟที่ถูกต้อง

วิธีการเลือกซื้อกาแฟ

  • ก่อนซื้อควรจะต้องดูวันเดือนปีผลิตและวันหมดอายุ ปกติกาแฟเมื่อเก็บในถุงฟอยด์ที่วางขายจะมีอายุในช่วง สูงสุด 6-12 เดือน ขึ้นกับชนิดของถุงที่บรรจุ เพราะคุณภาพจะลดลงตามการเวลา โดยกาแฟจะหอมที่สุดเมื่อคั่วได้ 5 วัน และจะค่อยๆ ลดระดับลงเรื่อย ๆ งั้นเวลาเลือกซื้อ อย่าลืมดูถุงที่ใหม่จะได้กาแฟหอมกรุ่นกว่า
  • ควรเลือกถุงขนาดเล็ก ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วง 200-250 กรัมและควรใช้ให้หมดใน 1 สัปดาห์เมื่อเปิดถุงแล้ว
  • ถุงกาแฟที่ระบุว่า Single Origin พร้อมชื่อเมืองต่างๆแสดงว่าเป็นอราบิก้าของที่นั้น มีเทคนิคการคั่วที่ดีและเป็นรสชาติพิเศษของที่นั้นเช่น OMKOI ESTSTE
  • หากข้างซองระบุว่า Espresso คือเมล็ดกาแฟที่ผ่านการคั่วในระดับเข้ม หรือDark Roast ส่วนซองที่ระบุว่า Medium Roast คือเมล็ดกาแฟที่คั่วระดับกลาง ดื่มได้เรื่อยๆเหมาะสําหรับเสริฟในสถานการณ์ที่ไม่รู้ว่าผู่ดื่มชอบรสแบบไหน
  • ควรซื้อกาแฟในซองระบายอากาศ Freshness wolves เพราะว่าเมล็ดกาแฟ จะคายอากาศและความชื้นตลอดเวลา หากการระบายอากาศไม่ได้จะเสียคุณภาพเร็วยิ่งขึ้น และมีผลให้กาแฟมีกลิ่นไม่พึ่งประสงค์
  • เก็บเมล็ดกาแฟให้พ้นแสงแดดการเก็บควรที่จะเก็บในขวดสูญญากาศ อย่าเก็บเม็ดในตู้เย็นเพราะว่าเมื่อออกจากตู้เจออากาศร้อนเมล็ดกาแฟจะชื้น ทําให้ติดกับเครื่องบดและมีกลิ่นจากตู้เย็นมาติดด้วย

ประเภทของกาแฟ

  • เอสเพรสโซ คือกาแฟที่ถูกเตรียม ด้วยเครื่องเอสเปรสโซแมชชีน และใช้กาแฟคั่วระดับที่ เข้ม บดละเอียดให้รสชาติเข้มข้น นิยมใช้ กาแฟอราบิก้า จะเสริฟในถ้วยขนาดเล็กไม่เกิน 1.5 ออนซ์  ซึ่งกาแฟเอสเปรสโซ่จะเป็นตัวเบสพื้นฐานในการชงกาแฟต่อไปนี้
  • กาแฟ อเมริกาโน่  คือกาแฟ เอสเพรสโซ + น้ําร้อน
  • กาแฟลาเต้ คือกาแฟเอสเพรสเข้มข้นประมาณ 1.5 ออนซ์+ นมร้อน ประมาณ 6 ออนซ์และแต่งด้วยฟองนมเล็กน้อยด้านบน รสชาติจะหอมละมุ่นด้วยกลิ่นนมและกาแฟ
  • กาแฟคาปูชิโน่ คือ เอสเพรสโซ +นมร้อน 1 ส่วน และฟองนม 1 ส่วนและนิยมโรยหน้าด้วยผงซิเนม่อนหรือผงช็อคโกแลต
  • กาแฟมอคค่า คือ เอสเพรสโซ่ น้ำเชื่อมช็อคโกแลต นมร้อน และปิดหน้าด้วย วิปปิ้งครีม แต่งหน้าด้วยผงช็อคโกแลต
  • กาแฟ เฟรนเพรส คือการชงกาแฟด้วยแก้ว French Press เวลาดื่มจะต้องกดก้านกรองของแก้วลงก้านตะแกรงกรองจะแยกชั้นระหว่างน้ำกาแฟและผงกาแฟ ซึ่งวิธการชงแบบนี้จะพบได้ตามร้านอาหาร โฮมเมท ตามสุขุมวิทหรือสีลม

วิธีการดื่มกาแฟ

วิธีการดื่มกาแฟ  แบบไม่อายใคร

  • เอสเพรสโซ ทุกชนิดต้องซดผ่านฟันให้มีเสียงดังเล็กน้อย เพื่อให้ได้สัมผัสรสชาติกาแฟ และควรดื่มรวดเดียวในเวลา 10-20 วินาที
  • คาปูชิโน่ เวลาดื่มจะไม่ใช้ช้อนคน ยกเว้นอยากได้ความหวานเพิ่ม  ให้ใส่น้ําตาล แล้วใช้ช้อนคนเบาๆ เพื่อไม่ให้ฟองนมและผงซิเนม่อนมารวมกัน  เพราะเวลา ยกดื่มจะได้กลิ่นหอมของซินเนมอนและกลิ่นกาแฟหอมกรุ่น  หลังจากดื่มจะมีฟองนมและผงซินเนม่อนติดอยู่ที่ก้นถ้วยเล็กน้อย
  • ลาเต้ ใช้ช้อนตักฟองนมที่เหลือติดก้นถ้วยกินจนหมดทุกครั้ง

คลาสสิคเอสเปรสโซ Classic  Espresso

เป็นกาแฟหลักในส่วนผสมเป็นสูตรต่าง ๆ ของกาแฟสไตล์อิตาเลียนกาแฟสดเอสเปรสโซจะเสริฟมาในถ้วยเล็ก ๆ คนส่วนใหญ่ชอบใส่น้ําตาลเพื่อเติมความหวานให้กับกาแฟ แล้วยกดื่มรวด
เดียวหมดถ้วย

 

วิธีทํา

ใช้ถ้วยขนาด 2 ถึง 3 ออนซ์ เป็นถ้วยสําหรับเสิร์ฟ บดเมล็ดและชงกาแฟตามขั้นตอนของเครื่องเอสเปรสโซ กลั่นให้ได้กาแฟ 1 ช๊อท ซึ่งปริมาณกาแฟจะเท่ากับ 1 ถึง 2 ออนซ์ ผิวหน้าเป็นฟองครีมสีทอง ให้เสิรฟทันที

 

tips

เอสเปรสโซที่ดีนั้นแม้ว่าจะไม่เติมน้ำตาล แต่เมื่อคุณได้ดื่มแล้ว รสชาติของกาแฟจะยังคงติดอยู่ในปากเป็นเวลานาน 10 ถึง15 นาที กลิ่นหอมและความหวานจะสัมผัสได้จากทุกครั้งที่กลืนน้ำลายหรือกระทั่งการจิบน้ําธรรมดา

 

เอสเปรสโซ มาคีอาโต้Espresso Macchiato

มาคีอาโต้ หมายถึง “ทําเครื่องหมาย” ดังนั้น Espresso Macchiato จึงเป็นเครื่องดื่มเอสเปรสโซที่ถูกทําเครื่องหมายด้วยฟองนม

 

ส่วนผสม

  • เอสเปรสโซ 1 ช็อท
  • ฟองนม 1 ส่วน

วิธีทํา
ใช้แก้วขนาด 4 ออนซ์ เตรียมเอสเปรสโซตามขั้นตอนของเครื่อง กลั่นกาแฟลงในแก้วที่คุณจะใช้เสริฟ ใช้ช้อนตักฟองนมวางด้านบนกาแฟ

 เอสเปรสโซ คอนพันน่า Espresso con Panna


Panna หมายถึง ครีม ในภาษาอิตาลี

 

ส่วนผสม

  • เอสเปรสโซ่1 ช็อท

วิธีทํา

เตรียมเอสเปรสโซตามขั้นตอนของเครื่องชงกาแฟ  ใส่น้ำกาแฟในถ้วยที่คุณจะใช้เสริฟ แล้วใช้ช้อนเล็ก ๆ ตักวิปครีมวางลงด้านบนเสริฟทันที

 

เอสเปรสโซ โรมาโน Espresso Romano


มาลองดื่มกาแฟเอสเปรสโซ ในแบบที่เขาดื่มกันในโรม


ส่วนผสม

  • เอสเปรสโซ 1 ช็อท
  • เลมอน(หรือจะใช้มะนาวก็ได้)ล้างให้สะอาด 1 ลูก

วิธีทํา
ใช้ถ้วยขนาด 4 ออนซ์ เตรียมเอสเปรสโซตามขั้นตอนของเครื่องใช้ที่ปอกผลไม้ปอกเปลือกผวิเลมอนโดยเฉือนเป็นแถบเส้นยาว ๆ จากส่วนเปลือกที่มีสี เสริฟพร้อมกับเอสเปรสโซ

 

เบสิค คาปูชิโน Basic Cappuccino


ส่วนผสม

  • เอสเปรสโซ 1 ช็อท
  • นมร้อนและฟองนม

วิธีทํา
ใช้ถ้วยขนาด 8 ออนซ์ รินเอสเปรสโซลงไปก่อน เทนมร้อนตามลงไปจนเกือบเต็มโดยใช้ช้อนกั้นฟองนมเอาไว้ในขณะที่ค่อย ๆรินใช้้ช้อนตักฟองนมปิดหน้า แล้วเสริฟทันที


tips

คาปูชิโนให้ความสําคัญกับฟองนมเป็นพิเศษดังนั้นนอกจากเอสเปรสโซ 1 ช็อทแล้ว ในส่วนที่เหลือของถ้วยจึงเป็นฟองนม เรียกคาปูชิโนแบบแห้ง ถ้าเติมนมร้อนจะเติมในสัดส่วนเท่ากับฟองนมซึ่งจะเรียกคาปูชิโนแบบเปียก

เม็กซิกัน มอคคา คาปูชิโน Mexican Mocha Cappuccino


เป็นสิ่งธรรมดาสามัญมากในแม็กวิโกที่จะเติมช็อกโกแลตและอบเชยลงในกาแฟ

 

ส่วนผสม

  • น้ําเชื่อมกลิ่นช็อคโกแลต 1 ออนซ์
  • น้ำเชื่อมคาห์ลัว 1 ออนซ์
  • เอสเปรสโซ 2 ช็อท
  • นมร้่อนและฟองนม
  • อบเชยผงสําหรับตกแต่ง
  • อบเชยแท่งสําหรับตกแต่ง

วิธีทํา
ผสมน้ําเชื่อมและเอสเปรสโซในถ้วยขนาด 12 ออนซ์ ผสมให้เข้ากัน เติมนมร้อนลงไป ปิดหน้าด้วยฟองนม โรยผงอบเชย แล้วแต่งหน้าด้วยอบเชยแท่งเสริฟทันที

 

อเมริกาโน Americano


เป็นวิธีที่อิตาเลียนใช้เสริฟกาแฟในสไตล์อเมริกัน

 

ส่วนผสม

  • เอสเปรสโซ 1 ช็อท
  • น้ำร้อน

วิธีทํา
รินเอสเปรสโซที่ได้ลงในถ้วยขนาด 8 ออนซ์ เติมน้ําร้อนลงไปในส่วนที่เหลือ

วานิลา อเมริกาโน Vanilla Americano


ส่วนผสม

  • น้ําเชื่อมกลิ่นวานิลา 1 ออนซ์
  • เอสเปรสโซ่ 1 ช็อท
  • น้ําร้อน

วิธีทํา
ใช้ถ้วยขนาด 12 ออนซ์ ใส่น้ำเชื่อม เติมเอสเปรสโซแและน้ำร้อน ผสมให้เข้ากัน

 

tips

วัฒนธรรมการบริโภคของอเมริกันชนนั้นมีลักษณะเฉพาะ ผู้คนส่วนใหญ่ใช้กาแฟเป็นเครื่องดื่มในมื้ออาหาร จึงมีปริมาณน้ำผสมมากเป็นพิเศษ ต่างจากคนไทยที่ต้องดื่มน้ำหลังอาหารถึงแม้จะมีเครื่องดื่มชนิดอื่นก็ตาม

 

เบสิคลาเต้Basic Latte


ส่วนผสม

  • เอสเปรสโซ 1 ช็อท
  • นมร้อนและฟองนม

วิธีทํา
รินเอสเปรสโซลงในถ้วยขนาด 8 ถึง 12 ออนซ์ ใช้ช้อนกั้นฟองนมไว้ในขณะที่รินนมร้อนลงไปในถ้วย ปิดหน้าด้วยฟองนม เสริฟทันที

 

tips

ความเข้มข้นของแลตเต้ แปรผันตามขนาดของถ้วยที่ใช้เพราะ 1 ช็อท เอสเปรสโซเท่าเดิมส่วนที่เหลือของถ่วยเป็นนมร้อน ดังนั้นถ้าถ้วยใหญ่ นมมาก รสชาติกาแฟอ่อน ถ้าถ้วยเล็ก นมน้อย รสชาติกาแฟเข้ม

 

เบสิคมอคคา Basic  Mocha


ส่วนผสม

  • ช็อคโกแลตสําหรับแต่งหน้าไอศครีม หรือน้ําเชื่อม
  • ช็อกโกแลตฟัดจ์ 1 ออนซ์
  • เอสเปรโซ 1 ช็อท
  • นมร้อน
  • วิปครีม
  • ผงโกโก้สําหรับแต่งหน้า

วิธีทํา
ผสมช็อกโกแลตและเอสเปรสโซในถ้วยขนาด 12 ออนซ์เติมนมร้อนลงไปแต่งหน้าด้วยวิปครีมถ้าต้องการ 

มอคคาไลท์Mocha Lite


ส่วนผสม

  • โกโก้ผงชนิดไ่ม่มีน้ำตาล 1 ห่อ
  • เอสเปรสโซ 1 ช็อท
  • นมร้อนและฟองนม

วิธีทํา
ผสมส่วนผสมทุกอย่างลงในถ้วยขนาด 12 ออนซ์ คนให้เข้ากันแต่งหน้าด้วยฟองนม เสริฟทันที
Tips มอคคา คือความเข้ากันได้อย่างลงตัวของกาแฟกับช็อกโกแลต ซึ่งช็อกโกแลต ก็มีหลายประเภทหลายชนิดกาแฟรสเลิศที่เกิดจากฝีมือการผสมผสานของตัวคุณเองอาจเป็นมอคคาถ้วยโปรดของใครอีกหลายคน)

มอคคา เอสเปรสโซ ครีม Mocha Espresso Cream


ส่วนผสม

  • เอสเปรสโซ 1 ช็อท
  • น้ำเชื่อมกลิ่นช็อกโกแลต 1/2ออนซ์
  • นมพร่องมันเนย
  • วิปครีม

วิธีทํา
ชงเอสเปรสโซในถ้วยขนาด 4 ออนซ์ โดยตรง ใส่น้ำเชื่อมกลิ่นช็อกโกแลต ผสมให้เข้ากัน เติมนมพร่องมันเนยลงไปในส่วนที่เหลือของถ้วยแต่งหน้าด้วยวิปครีม